ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดทองคำแสดงสัญญาณการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยหลายประการหนุนราคาทองคำให้มองไปในทิศทางขาขึ้น นักวิเคราะห์เชื่อว่า แม้ราคาทองคำในปัจจุบันยังแกว่งตัว แต่ตลาดขาขึ้นยังเพิ่งเริ่มต้น โดยคาดว่าในปี 2026 ราคาทองคำอาจทะลุ 5,000 ดอลลาร์ ก่อน และในระยะยาวอาจพุ่งสู่ 10,000 ดอลลาร์ บทความนี้จะวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำในอนาคตโดยพิจารณาจากเศรษฐกิจมหภาค ดอลลาร์สหรัฐฯ เงินเฟ้อ และโครงสร้างอุปสงค์อุปทานทองคำ
1. ดอลลาร์อ่อนค่า หนุนราคาทองคำ
ราคาทองคำมักมีความสัมพันธ์เชิงลบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงจาก 105.2 เป็น 103.6 สะท้อนความอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทองคำอย่างชัดเจน ดอลลาร์อ่อนค่า หมายถึงนักลงทุนมักเข้าซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของสินทรัพย์ดอลลาร์
ข้อมูลสนับสนุน: ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ดอลลาร์อ่อนค่าลง 1% ราคาทองคำปรับขึ้นเฉลี่ย 1.2% แสดงความสัมพันธ์เชิงลบสูง
การวิเคราะห์ตลาด: หากดอลลาร์ยังอ่อนตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณนโยบายผ่อนคลาย ราคาทองคำอาจได้รับแรงหนุนเพิ่ม และเป็นพื้นฐานของการปรับตัวขึ้นระยะยาว
2. เงินเฟ้อและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนทองคำ
แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ได้ลดลง โดยเฉพาะราคาพลังงานและอาหาร ล่าสุดดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI) เพิ่มขึ้น 3.9% ต่อปี สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 3.7% นักลงทุนจึงกังวลว่าเงินเฟ้ออาจคงสูงต่อเนื่อง
ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย: ในสภาพแวดล้อมเงินเฟ้อสูง นักลงทุนมักถือทองคำเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ การซื้อทองคำเพิ่มขึ้นจึงหนุนราคาขาขึ้น
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดระดับโลก เช่น สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน และตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยิ่งเพิ่มแรงซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย
3. โครงสร้างอุปสงค์อุปทานทองคำและแนวโน้มระยะยาว
อุปทานทองคำจำกัด ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อุปทานเหมืองทอง: คาดว่าปี 2024 ผลผลิตทองคำทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 3,500 ตัน เติบโตต่อปีต่ำกว่า 1%
ความต้องการจาก ETF: ณ ไตรมาส 3 ปี 2025 กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้น ประมาณ 12% แสดงให้เห็นความสนใจของนักลงทุน
ความต้องการจากธนาคารกลาง: ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2025 เพิ่ม ประมาณ 540 ตัน ซึ่งหนุนราคาขาขึ้น
โครงสร้างอุปสงค์อุปทานตึงตัว พร้อมกับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย จะหนุนทองคำในวัฏจักรตลาดขาขึ้นระยะยาว
4. การแกว่งตัวระยะสั้นและการทะลุแนวต้านระยะยาว
แม้แนวโน้มระยะยาวเป็นขาขึ้น แต่ทองคำอาจแกว่งตัวในระยะสั้น
แนวรับและแนวต้านระยะสั้น: แนวรับประมาณ 1,950 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวต้านอยู่ที่ 2,100 ดอลลาร์/ออนซ์ หากสามารถทะลุ 2,100 ดอลลาร์ได้ ราคาทองคำอาจเร่งตัวขึ้น
เป้าหมายระยะยาว: จากวัฏจักรตลาดขาขึ้นและโมเดลประเมินมูลค่าตลาด คาดว่าปี 2026 ราคาทองคำอาจทะลุ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ หากสภาพเศรษฐกิจและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยยังต่อเนื่อง ระยะยาวมีโอกาสสูงที่จะพุ่งสู่ 10,000 ดอลลาร์/ออนซ์
5. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
นักลงทุนทองคำควรเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงดังนี้:
เฟดปรับนโยบายเข้มงวดกว่าคาด ดอลลาร์แข็งค่าอาจกดดันทองคำ
เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเกินคาด ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง
ตลาดทองคำระยะสั้นมีความผันผวน อาจเกิดการปรับตัวทางเทคนิค
บทสรุป
จากการวิเคราะห์ดอลลาร์ เงินเฟ้อ ความตึงเครียดระดับโลก และโครงสร้างอุปสงค์อุปทานทองคำ พบว่าตลาดขาขึ้นของทองคำเพิ่งเริ่มต้น ราคาทองคำในระยะสั้นอาจแกว่งตัว แต่ในระยะกลาง-ยาวยังมีแนวโน้มขาขึ้นสูง คาดว่าปี 2026 จะทะลุ 5,000 ดอลลาร์ และระยะยาวมีโอกาสพุ่งสู่ 10,000 ดอลลาร์ นักลงทุนสามารถวางแผนลงทุนทองคำตามความเสี่ยงและใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคควบคู่กับปัจจัยมหภาคเพื่อจับโอกาสในตลาดขาขึ้นนี้