15/10/2026 • โดย: อนุวัฒน์ วงศ์ชัย

WTI 15 ต.ค. 2026 หลุด 95 ดอลลาร์หลังขึ้นทดสอบ 96.06

วิเคราะห์ทางเทคนิคน้ำมันดิบ WTI ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2026

ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เริ่มเผชิญแรงขายหลังจากปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบประมาณสามสัปดาห์ โดยการซื้อขายวันที่ 14 ตุลาคม สัญญา WTI เดือนพฤศจิกายนมีราคาชำระบัญชีที่ 95.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.95 ดอลลาร์ หรือ 1.01% จากวันก่อนหน้า แม้ระหว่างวันจะสามารถปรับขึ้นไปถึง 96.06 ดอลลาร์ แต่ราคากลับไม่สามารถรักษาระดับสูงสุดดังกล่าวไว้ได้จนสิ้นสุดการซื้อขาย

แรงกดดันเริ่มชัดเจนขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคม เมื่อราคาปรับลงมาอยู่ที่ประมาณ 94.07 ดอลลาร์ ณ เวลา 08.16 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่งผลให้ WTI กลับมาเคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้าที่บริเวณ 94 ดอลลาร์อีกครั้ง

การอ่อนตัวครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าการลดลงของราคาเพียงวันเดียว เนื่องจากเกิดขึ้นหลัง WTI ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด 86.86 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ไปแตะ 96.06 ดอลลาร์ในวันที่ 14 ตุลาคม คิดเป็นการปรับขึ้นประมาณ 10.6% ภายในช่วงเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์

เมื่อราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ไม่สามารถรักษาระดับเหนือแนวต้านเดิมได้ ตลาดจึงเข้าสู่ช่วงประเมินความแข็งแกร่งของแรงซื้ออีกครั้ง โดยมีบริเวณ 93.90–94.00 ดอลลาร์เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบว่าการปรับลงล่าสุดเป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น หรือกำลังพัฒนาไปสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้น

แท่งเทียนล่าสุดเริ่มส่งสัญญาณลังเลบริเวณจุดสูงสุด

เมื่อพิจารณารายละเอียดของการซื้อขายวันที่ 14 ตุลาคม WTI เปิดที่ประมาณ 95.19 ดอลลาร์ ก่อนปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 96.06 ดอลลาร์ จากนั้นถูกขายลงมาทดสอบบริเวณ 94.00 ดอลลาร์ และมีราคาชำระบัญชีที่ 95.09 ดอลลาร์

ลักษณะดังกล่าวทำให้แท่งเทียนรายวันมีลำตัวขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับช่วงราคาทั้งวัน โดยส่วนต่างระหว่างราคาเปิดกับราคาชำระบัญชีอยู่ที่ประมาณ 0.10 ดอลลาร์ ขณะที่ช่วงสูงสุดถึงต่ำสุดกว้างถึง 2.06 ดอลลาร์

การเคลื่อนไหวลักษณะนี้มีองค์ประกอบคล้ายแท่งเทียน Spinning Top ซึ่งสะท้อนว่าระหว่างวันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างสามารถผลักดันราคาออกจากบริเวณเปิดตลาดได้ แต่ไม่มีฝ่ายใดรักษาความได้เปรียบไว้จนสิ้นสุดการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม การเกิดแท่งเทียนลักษณะดังกล่าวเพียงครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันว่าตลาดกำลังกลับตัวเป็นขาลง เพราะราคาชำระบัญชียังสูงกว่าวันก่อนหน้า และโครงสร้างจุดสูงสุดที่ยกตัวขึ้นยังไม่ได้ถูกทำลาย

สิ่งที่เพิ่มน้ำหนักให้กับสัญญาณนี้คือการเคลื่อนไหวในเช้าวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งราคากลับลงมาต่ำกว่า 95 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว และเข้าใกล้จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้าอีกครั้ง

หากแรงขายสามารถกดดันให้ WTI ปิดต่ำกว่า 94.00 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน แท่งเทียนวันที่ 14 ตุลาคมจะมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อบริเวณ 95–96 ดอลลาร์อาจเริ่มหมดความต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน หากราคาฟื้นตัวกลับไปเหนือ 95.10 ดอลลาร์และรักษาระดับได้ การปรับลงช่วงเช้าอาจเป็นเพียงการทดสอบสภาพคล่องด้านล่าง ก่อนที่ตลาดจะกลับไปท้าทายจุดสูงสุดล่าสุดอีกครั้ง

จุดสูงสุด 96.06 ดอลลาร์ยังไม่ยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มหลัก

แม้ WTI จะสร้างจุดสูงสุดใหม่ของรอบฟื้นตัวได้ แต่เมื่อขยายมุมมองไปยังโครงสร้างราคาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน จะพบว่าแนวต้านสำคัญด้านบนยังไม่ถูกทำลายทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ราคาทำจุดสูงสุดที่ 96.78 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 กันยายน และ 96.54 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 28 กันยายน ก่อนเผชิญแรงขายอย่างรุนแรงจนปรับลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 86.86 ดอลลาร์ในวันที่ 6 ตุลาคม

ดังนั้น การขึ้นไปแตะ 96.06 ดอลลาร์ในวันที่ 14 ตุลาคมจึงยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดสำคัญทั้งสองระดับ แม้จะเป็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากฐานต้นเดือนก็ตาม

ในเชิงโครงสร้างราคา WTI กำลังแสดงลักษณะของการฟื้นตัวระยะสั้นภายในกรอบที่กว้างกว่ายังมีแรงขายสะสมอยู่ การสร้าง Higher High และ Higher Low ในช่วงวันที่ 8–14 ตุลาคมเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าแนวโน้มขาลงก่อนหน้านี้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์

พื้นที่ 96.00–96.80 ดอลลาร์จึงมีความสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มมากกว่าการผ่านระดับ 95 ดอลลาร์เพียงชั่วคราว เพราะประกอบด้วยทั้งจุดสูงสุดล่าสุดและยอดราคาที่เกิดขึ้นก่อนการปรับฐานในช่วงปลายเดือนกันยายน

หาก WTI สามารถทะลุผ่าน 96.06 ดอลลาร์ และต่อเนื่องเหนือ 96.54–96.78 ดอลลาร์ด้วยราคาปิดรายวันที่มั่นคง จะเป็นหลักฐานว่าผู้ซื้อเริ่มควบคุมโครงสร้างราคาที่กว้างขึ้นได้มากกว่าเดิม

แต่หากราคายังคงถูกขายกลับทุกครั้งที่ขึ้นไปใกล้พื้นที่ดังกล่าว การฟื้นตัวล่าสุดอาจกลายเป็นเพียง Lower High ในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า ซึ่งจะจำกัดความน่าเชื่อถือของแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น

แนวรับ 93.90–94.00 ดอลลาร์เป็นจุดตัดสินใจของรอบฟื้นตัว

การวัด Fibonacci Retracement จากจุดต่ำสุด 86.86 ดอลลาร์ในวันที่ 6 ตุลาคม ไปยังจุดสูงสุด 96.06 ดอลลาร์ในวันที่ 14 ตุลาคม ให้ระดับการปรับฐาน 23.6% ที่ประมาณ 93.89 ดอลลาร์

ระดับดังกล่าวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดวันที่ 14 ตุลาคมที่ประมาณ 94.00 ดอลลาร์ ทำให้พื้นที่ 93.89–94.00 ดอลลาร์เป็นบริเวณที่มีทั้งระดับ Fibonacci และโครงสร้างราคาจริงสนับสนุน

การที่ WTI ปรับลงมาใกล้พื้นที่นี้ในเช้าวันที่ 15 ตุลาคมหมายความว่าตลาดกำลังทดสอบแนวรับแรกของรอบฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากเพิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในวันก่อนหน้า

หากบริเวณดังกล่าวสามารถรองรับแรงขายได้ และราคากลับขึ้นไปสร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นในกรอบเวลาระหว่างวัน จะช่วยรักษาโครงสร้างการฟื้นตัวระยะสั้นเอาไว้ได้

แต่การหลุด 93.89 ดอลลาร์จะเพิ่มโอกาสให้ราคาปรับลงไปทดสอบบริเวณ 93.20–93.26 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจุดสูงสุดวันที่ 8 ตุลาคมและเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วันอยู่ใกล้เคียงกัน

จากข้อมูลราคาชำระบัญชีถึงวันที่ 14 ตุลาคม SMA5 อยู่ที่ประมาณ 93.26 ดอลลาร์ ขณะที่ SMA10 อยู่ที่ประมาณ 91.74 ดอลลาร์ การที่ SMA5 อยู่เหนือ SMA10 สะท้อนว่าการฟื้นตัวระยะสั้นยังมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม เส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเป็นตัวชี้วัดที่ตอบสนองต่อราคาย้อนหลัง ไม่ใช่แนวรับที่รับประกันว่าจะหยุดการปรับลงได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาพฤติกรรมราคาจริงเมื่อเข้าทดสอบด้วย

บริเวณ 93.20–93.26 ดอลลาร์มีความสำคัญ เพราะหากราคาสามารถย่อตัวลงมาทดสอบแล้วฟื้นตัวได้ จะช่วยแสดงว่าแนวต้านเดิมของวันที่ 8 ตุลาคมเริ่มเปลี่ยนบทบาทเป็นแนวรับ

ในทางตรงกันข้าม หากแรงขายทำให้ราคาหลุดทั้งบริเวณ 94 ดอลลาร์และ 93.20 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณว่าการปรับฐานกำลังขยายลึกกว่าการย่อตัวตามปกติหลังการขึ้นแรง

แนวรับถัดไปอยู่ที่ Fibonacci 38.2% และฐานวันที่ 13 ตุลาคม

หากพื้นที่ 93.20 ดอลลาร์ไม่สามารถรองรับราคาได้ ระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ของการฟื้นตัวล่าสุดจะอยู่ที่ประมาณ 92.55 ดอลลาร์

แนวรับนี้เป็นระดับทางคณิตศาสตร์ของรอบราคา ไม่ใช่ฐานจากการซื้อขายจริงที่ชัดเจนเท่ากับบริเวณ 93.20 หรือ 91.70 ดอลลาร์ จึงควรใช้เป็นพื้นที่สำหรับสังเกตปฏิกิริยาของตลาด มากกว่ากำหนดว่าเป็นจุดกลับตัวโดยอัตโนมัติ

ถัดลงมาเป็นบริเวณ 91.70 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของวันที่ 13 ตุลาคม และอยู่ใกล้ Fibonacci 50% ที่ประมาณ 91.46 ดอลลาร์

การกลับลงไปทดสอบพื้นที่ดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อโครงสร้าง Higher Low เพราะหมายความว่าราคาสูญเสียส่วนใหญ่ของการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 12 ตุลาคมแล้ว

อย่างไรก็ตาม การปรับลงมาถึง Fibonacci 38.2% หรือ 50% ไม่ได้หมายความว่าตลาดจะเปลี่ยนเป็นขาลงเสมอไป ความแตกต่างอยู่ที่ลักษณะของแรงขายและความสามารถในการสร้างฐานใหม่

หากราคาปรับลงโดยมีช่วงการเคลื่อนไหวค่อย ๆ แคบลง และสามารถสร้างจุดต่ำสุดที่ไม่ต่ำกว่าฐานสำคัญก่อนหน้า โครงสร้างดังกล่าวยังอาจเป็นการพักฐานภายในรอบฟื้นตัวได้

แต่หากราคาเริ่มปิดต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมต่อเนื่อง พร้อมกับไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่เพิ่งสูญเสียไป จะเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากขึ้นว่าการฟื้นตัวจาก 86.86 ดอลลาร์เริ่มอ่อนแรงลงอย่างแท้จริง

ช่วงราคาแคบลงในวันที่ทำจุดสูงสุดใหม่

อีกประเด็นที่ควรให้ความสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของความผันผวนระหว่างการฟื้นตัวล่าสุด

วันที่ 8 ตุลาคม WTI มีช่วงราคาสูงสุดถึงต่ำสุดประมาณ 4.43 ดอลลาร์ ขณะที่วันที่ 12 ตุลาคมมีช่วงราคากว้างถึง 4.75 ดอลลาร์ แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 14 ตุลาคม ช่วงการเคลื่อนไหวลดลงเหลือประมาณ 2.06 ดอลลาร์ แม้ราคาจะยังทำจุดสูงสุดใหม่ของรอบฟื้นตัวได้ก็ตาม

เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ย True Range ย้อนหลังห้าวันซื้อขาย จะได้ประมาณ 3.46 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงราคาของวันที่ 14 ตุลาคมอย่างชัดเจน

การที่ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในวันที่ความผันผวนลดลงอาจสะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มขาดความต่อเนื่องเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน แต่ยังไม่สามารถยืนยันข้อสรุปดังกล่าวจากช่วงราคาเพียงอย่างเดียวได้ เพราะการหดตัวของความผันผวนอาจเกิดก่อนการขยายตัวของราคาในทิศทางเดิมเช่นกัน

ปริมาณการซื้อขายเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ช่วยประเมินความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหว โดยข้อมูลสัญญา WTI เดือนพฤศจิกายนจากแหล่งข้อมูลเดียวกันแสดงปริมาณซื้อขายวันที่ 14 ตุลาคมประมาณ 198,000 สัญญา ลดลงจากประมาณ 256,000 สัญญาในวันที่ 13 ตุลาคม

การที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่พร้อมปริมาณซื้อขายที่ลดลงไม่ได้เป็นสัญญาณขายโดยตรง แต่ทำให้การยืนยันการทะลุผ่านแนวต้านมีความสำคัญมากขึ้น เพราะตลาดยังไม่ได้แสดงการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมซื้อขายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของราคา

หาก WTI กลับขึ้นเหนือ 96.06 ดอลลาร์พร้อมช่วงราคาที่ขยายตัวและปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของโมเมนตัม แต่หากราคาไม่สามารถผ่านจุดสูงสุดเดิมและเริ่มสร้างจุดต่ำสุดที่ลดลง ความเสี่ยงของการพักฐานลึกขึ้นจะเพิ่มตามไปด้วย

เงื่อนไขที่ต้องติดตามในการซื้อขายวันที่ 15 ตุลาคม

ภาพระยะสั้นของ WTI เริ่มเปลี่ยนจากการไล่ทำจุดสูงสุดใหม่ไปสู่การทดสอบความแข็งแกร่งของฐานราคา หลังการอ่อนตัวในช่วงเช้าทำให้ระดับ 95 ดอลลาร์ถูกสูญเสียไปอีกครั้ง

พื้นที่ 93.89–94.00 ดอลลาร์จึงเป็นระดับสำคัญอันดับแรก หากราคาสามารถรักษาบริเวณนี้ไว้ได้และกลับขึ้นไปยืนเหนือ 95.10 ดอลลาร์ การปรับลงล่าสุดจะยังมีลักษณะเป็นการพักตัวหลังการขึ้นแรง โดยเป้าหมายถัดไปยังอยู่ที่ 96.06 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การกลับขึ้นเหนือ 95.10 ดอลลาร์ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันการขยายแนวโน้ม เพราะราคาจำเป็นต้องผ่านยอดสูงล่าสุดและกลุ่มแนวต้าน 96.54–96.78 ดอลลาร์เพิ่มเติม

ในทางกลับกัน หาก WTI ปิดต่ำกว่า 93.89 ดอลลาร์ และไม่สามารถกลับขึ้นไปเหนือ 94 ดอลลาร์ได้เมื่อเกิดการฟื้นตัวระหว่างวัน จะเพิ่มน้ำหนักให้กับการปรับฐานไปยังบริเวณ 93.20 ดอลลาร์

การหลุดต่ำกว่า 93.20 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องจะทำให้โครงสร้างการฟื้นตัวเริ่มเสียความแข็งแกร่ง และทำให้ Fibonacci 38.2% ที่ 92.55 ดอลลาร์กลายเป็นระดับที่ต้องติดตามถัดไป

สำหรับการซื้อขายวันนี้ยังต้องระวังความผันผวนช่วงประกาศรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ โดย EIA มีกำหนดเผยแพร่ข้อมูลในเวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย การเคลื่อนไหวที่เกิดจากข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้ราคาทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้านระหว่างวันได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น การพิจารณาราคาปิดหลังการประกาศข้อมูลจะมีความสำคัญต่อการยืนยันว่าตลาดยอมรับระดับราคาใหม่จริงหรือเป็นเพียงการเคลื่อนไหวชั่วคราวจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้น

บทสรุปทางเทคนิค WTI วันที่ 15 ตุลาคม 2026

WTI ยังคงรักษาโครงสร้างการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด 86.86 ดอลลาร์ไว้ได้ในภาพระยะสั้น แต่การที่ราคาขึ้นไปทดสอบ 96.06 ดอลลาร์แล้วไม่สามารถรักษาระดับสูงไว้ได้ ประกอบกับการอ่อนตัวกลับลงมาต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ในเช้าวันที่ 15 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ

การฟื้นตัวก่อนหน้านี้ยังไม่ถูกทำลายทั้งหมด เพราะราคายังคงอยู่เหนือ SMA5 และ SMA10 ที่คำนวณจากข้อมูลปิดล่าสุด แต่ความสามารถในการรักษาระดับ 93.89–94.00 ดอลลาร์จะมีความสำคัญต่อทิศทางในช่วงถัดไป

มุมมองทางเทคนิคระยะสั้นยังเป็นการฟื้นตัวที่กำลังเข้าสู่ช่วงพักฐาน โดยแรงซื้อเริ่มชะลอลงบริเวณแนวต้าน 96 ดอลลาร์ แต่ยังไม่มีการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลง

หาก WTI กลับขึ้นไปผ่าน 96.06 ดอลลาร์ได้และรักษาระดับเหนือแนวต้านเดิมอย่างต่อเนื่อง จะเพิ่มโอกาสให้ราคาทดสอบพื้นที่ 96.54–96.78 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญของโครงสร้างรายวัน

แต่หากราคาหลุด 94 ดอลลาร์และต่อเนื่องต่ำกว่า 93.20 ดอลลาร์ การปรับฐานจะมีน้ำหนักมากขึ้น โดยมีพื้นที่ 92.55 และ 91.70 ดอลลาร์เป็นแนวรับถัดไป

สำหรับวันที่ 15 ตุลาคม จุดที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการที่ WTI เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ แต่เป็นความสามารถในการรักษาฐานราคาหลังจากแรงซื้อเริ่มลดลง เพราะพฤติกรรมราคาที่แนวรับจะช่วยแยกให้ชัดเจนว่าตลาดกำลังพักตัวเพื่อปรับขึ้นต่อ หรือเริ่มสูญเสียโมเมนตัมของรอบฟื้นตัวล่าสุด

หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลสัญญา WTI เดือนพฤศจิกายน 2026 โดยอ้างอิงราคาชำระบัญชีวันที่ 14 ตุลาคม และข้อมูลการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคมตามเวลาประเทศไทย ค่า SMA, Fibonacci และค่าเฉลี่ย True Range คำนวณจากข้อมูลราคาในช่วงที่ระบุ ราคาและปริมาณซื้อขายอาจแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างผู้ให้บริการข้อมูล รวมถึงระหว่างราคาชำระบัญชีและราคาปิดที่แสดงบนแพลตฟอร์ม บทวิเคราะห์นี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทางเทคนิค ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

โบรกเกอร์แนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความและการวิเคราะห์อื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดน้ำมันดิบ

Oil Refinery Analysis
16/10/2026 • วิเคราะห์ตลาด-น้ำมันดิบ

WTI 16 ต.ค. 2026 สต็อกน้ำมันดิบลดแรง แต่ราคายังถูกกดดัน

ผู้เขียน: อนุวัฒน์ วงศ์ชัย อ่านเพิ่มเติม →
Oil Refinery Analysis
14/10/2026 • วิเคราะห์ตลาด-น้ำมันดิบ

WTI 14 ต.ค. 2026 ทดสอบ 95 ดอลลาร์ ก่อนเจอแนวต้านปลายกันยายน

ผู้เขียน: อนุวัฒน์ วงศ์ชัย อ่านเพิ่มเติม →
Oil Refinery Analysis
13/10/2026 • วิเคราะห์ตลาด-น้ำมันดิบ

WTI 13 ต.ค. 2026 ดีเซลรัสเซียเพิ่ม แต่ความเสี่ยงอุปทานยังสูง

ผู้เขียน: อนุวัฒน์ วงศ์ชัย อ่านเพิ่มเติม →