ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ยังคงรักษาการเคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างเหนียวแน่น โดยแกว่งตัวผันผวนอยู่ในกรอบโซนสูงบริเวณ 104.20 – 104.70 จุด หลังจากได้รับแรงหนุนเชิงบวกระลอกใหม่จากถ้อยแถลงของ เบธ ฮามแมก (Beth Hammack) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งออกมาส่งสัญญาณเชิงคุมเข้ม (Hawkish Tone) อย่างหนักแน่น การส่งสัญญาณดังกล่าวช่วยดับความหวังของตลาดที่คาดหวังการเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมทั้งผลักดันให้เส้นผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yields) ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้กระแสเงินทุนสากลยังคงไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์ และสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินหลักในตลาดฟอเร็กซ์อย่างต่อเนื่อง
1. ถ้อยแถลงของฮามแมก: ดับกระแสผ่อนคลายนโยบาย และเตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อฝังลึก
มุมมองของ เบธ ฮามแมก ในการกล่าวสุนทรพจน์ล่าสุดได้สะท้อนถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย Fed:
แรงกดดันเงินเฟ้อยังขยายวงกว้าง: ฮามแมกระบุอย่างชัดเจนว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงกระจายตัวในวงกว้าง (Broad-based Inflation Pressures) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดใดหมวดหนึ่ง พร้อมเตือนว่าการปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูงยาวนานเกินไป เสี่ยงที่จะทำให้ "ภาวะการคาดการณ์เงินเฟ้อ" (Inflationary Mindset) ฝังรากลึกในพฤติกรรมการตั้งราคาของภาคธุรกิจและผู้บริโภค
จุดยืนเชิงนโยบายแบบ Restrictive: ฮามแมกเน้นย้ำว่า นโยบายการเงินควรคงอยู่ในระดับที่เข้มงวดต่อไปอีกระยะหนึ่ง และชี้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต พร้อมสนับสนุนให้ Fed ปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างรวดเร็วและเป็นขั้นเป็นตอน ดีกว่าการรอนานเกินไปจนต้องมาแก้ไขปัญหาใหญ่ในภายหลัง
การปรับมุมมองในตลาดดอกเบี้ยล่วงหน้า (FedWatch): หลังคำแถลงดังกล่าว สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าสะท้อนการปรับลดโอกาสที่ Fed จะผ่อนคลายนโยบายเชิงรุกลงอย่างเห็นได้ชัด โดยตลาดเริ่มเทน้ำหนักให้กับการตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) เพิ่มขึ้น
2. ผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์: เครื่องจักรขับเคลื่อนแรงซื้อในตลาดเงิน
สัญญาณสายเหยี่ยวได้สะท้อนเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดอลลาร์ได้เปรียบในเชิงผลตอบแทน:
บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทรงตัวแข็งแกร่ง: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นมาแกว่งตัวในกรอบ 4.12% – 4.18% ขณะที่พันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน ขยับขึ้นมาทดสอบบริเวณ 4.00% – 4.05% ส่วนต่างผลตอบแทนที่สูงขึ้นทำหน้าที่ดึงดูดเงินทุนระยะสั้นเข้าสู่ระบบการเงินสหรัฐฯ
การชะลอตัวของสกุลเงินคู่แข่ง: เมื่อดัชนีดอลลาร์ยืนหยัดในระดับสูง ส่งผลให้คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD ร่วงลงทดสอบแนวรับสำคัญแถว 1.0820 – 1.0850 ขณะที่ GBP/USD ชะลอการปรับตัวขึ้นและติดแนวต้านสำคัญแถว 1.3120
Carry Trade ฝั่งเยนยังถูกกดดัน: ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่ยังกว้างมากกว่า 300 bps ยังคงหนุนให้คู่เงิน USD/JPY รักษาระดับสูงเหนือ 158.00 ได้อย่างต่อเนื่อง
3. โครงสร้างตลาดอนุพันธ์: กองทุนสถาบันเดินหน้าสะสมสถานะ Long ดอลลาร์
ข้อมูลจากตลาดล่วงหน้าสะท้อนถึงการปรับสมดุลพอร์ตของบรรดา Money Managers:
รายงาน COT สะท้อน Net Long ดอลลาร์หนาแน่น: ปริมาณการถือครองสถานะซื้อสุทธิในสัญญาดอลลาร์สหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยกลุ่มสถาบันมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีอัตราการเติบโตที่ทนทานกว่าเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจยุโรปที่ซบเซา
แรงปิดสถานะความเสี่ยง: ในช่วงที่ดอลลาร์แกว่งตัวบริเวณยอดเดิม เทรดเดอร์บางส่วนเริ่มลดสถานะความเสี่ยงในสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ (EM Currencies) เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมสกุลดอลลาร์ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
4. ระดับราคาทางเทคนิคและสมรภูมิชี้ชะตาของดัชนีดอลลาร์ (DXY)
แนวต้านสำคัญและการทดสอบโมเมนตัม:
แนวต้านระยะสั้นด่านแรกอยู่ที่บริเวณ 104.70 – 104.90 จุด ซึ่งเป็นโซนจุดสูงสุดเดิมของรอบการเคลื่อนไหว
แนวต้านสำคัญระดับถัดไปอยู่ที่บริเวณ 105.20 – 105.40 จุด หากดัชนีสามารถปิดแท่งเทียนรายวันเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นการยืนยันการเปิดรอบขาขึ้นใหญ่รอบใหม่ในตลาดปริวรรตเงินตรา
แนวรับรองรับการย่อตัว:
แนวรับระยะสั้นด่านแรกอยู่ที่บริเวณ 103.80 – 104.10 จุด ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน
แนวรับโครงสร้างหลักอยู่ที่บริเวณ 103.20 – 103.40 จุด ตราบใดที่ดัชนียังคงประคองตัวเหนือฐานนี้ได้ โครงสร้างการแกว่งตัวแบบ Sideways Up ยังคงได้เปรียบอย่างสมบูรณ์
บทสรุปภาพรวม: การส่งสัญญาณเชิงคุมเข้มของ เบธ ฮามแมก ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยตอกย้ำให้ตลาดตระหนักว่า เส้นทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือรุนแรงตามที่เคยคาดหวังกันไว้ ตราบใดที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนความแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังมีแรงหนุนฝังลึก ดัชนีดอลลาร์จะยังคงรักษาโมเมนตัมการแกว่งตัวในโซนสูงไว้ได้ต่อไป ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อสกุลเงินอื่นๆ ในตลาดฟอเร็กซ์ในระยะสั้น